โบสถ์เซนต์ ยูจีน

คาร์คอฟ มีประชากรอาศัยอยู่ 1.4 ล้านคน ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษา และค้นคว้าที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออก โดยนักเรียนนักศึกษาจากต่างประเทศเดินทางมาศึกษาต่อที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในเมืองคาร์คอฟราว 12,000 คน ต่อปี จุดเด่นสำคัญหลัก ๆ ของเมืองคือ น้ำพุ The Dzerkalnyi Strumin ที่สร้างขึ้นในโพเบดี้ พาร์ค (หรือ สวนแห่งชัยชนะ) เมื่อปี ค.ศ.1947 และสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งก็คือ โบสถ์เซนต์ ยูจีน นั่นเอง

The City of Lions

เมืองลวีฟ สร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 13 เมืองแห่งนี้มีชื่อเล่นว่า “The City of Lions” โดยอธิบายถึงภาพวาด Feline (สัตว์ตระกูลแมว ที่มีลักษณะคล้ายสิงโต) ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วทุกสารทิศ ตามจุดสำคัญ ๆ ของเมือง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจากต่างแดนยังนิยมมาชมละครโอเปร่าที่ตั้งอยู่บนถนนสโวบอดี้ เช่นเดียวกับ จตุรัสไรนอค ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

Rijksmuseum

Rijksmuseum สุดยอดพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์

ตั้งอยู่ระหว่าง Stadhouderskade กับ Museumplein ก่อสร้างขึ้นในปี 1800 และย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันในปี 1885 โดยสถาปนิกชาวดัทช์ Pierre Cuypers เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงามตามแบบศิลปะแนวกอธิกและเรเนซองส์โดยทั้งภายนอกและภายในของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้หรูหราอลังการราวกับพระราชวังเลยทีเดียว สถาปัตยกรรมสุดหรูแห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมงานศิลปะเก่าแก่สูงค่าของประเทศฮอลแลนด์รวมถึงภาพจำลองของศิลปินดังๆจากทั่วโลกอาทิเช่น ภาพวาดของ Rembrandt van Rijn ผลงานชิ้นเอกขนาดยักษ์ Night Watch ที่แสดงภาพกลุ่มทหารยามซึ่งดูสมจริงราวมีชีวิต ภาพ Milk Maid ของ Johannes Vermeer รวมถึงศิลปินอื่นๆ นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเก็บรวบรวมงานศิลปะและวัตถุโบราณในประวัติศาสตร์นับล้านชิ้นจากทุกมุมโลกซึ่งนำมาแสดงอยู่ในห้องต่างๆ กว่า 200 ห้อง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทุกวันและขอแนะนำให้ซื้อบัตรผ่านจากเว็บไซต์ของทางพิพิธภัณฑ์มิฉะนั้นท่านจะต้องรอต่อคิวยาวเหยียดเป็นครึ่งค่อนวันกันเลยทีเดียว

สวนสาธารณะเคอเคนฮอฟ Keukenhof

สวนทิวลิบที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ (Lisse) ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัมเพียง 29 กิโลเมตร สวนแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกทิวลิบที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ สวนเคอเคนฮอฟจะเปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยทิวลิบที่มีมากกว่า 7 ล้านต้น รวมทั้งไม้หัวอื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล นาซิสซัส และไฮยาซินหลากหลายสี จะพร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งจนเหมือนสวนแห่งนี้ถูกปูด้วยพรมดอกไม้แลดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง สวนแห่งนี้มีความร่มรื่นและทัศนียภาพสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้อันเก่าแก่นานาพันธ์ มีงานประติมากรรมสวยๆประดับสวนอยู่ตลอดเส้นทางเดิน มีทะเลสาบน้อยใหญ่รอบบริเวณ ประดับด้วยน้ำพุอันงดงาม นอกจากนั้นยังมีอาคารรูปกังหันซึ่งเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อถ่ายรูปและชมวิวทิวทัศน์รอบสวนได้ในแบบพาโนรามา รวมถึงศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีร้านอาหารอร่อยและร้านกาแฟไว้ให้นั่งชมสวนสวย นอกจากนั้นสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ยังได้ใช้สวนแห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาและเพาะพันธ์ไม้หัวประเภทดอก ทำให้เกิดทิวลิบพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นในทุกปี ค่าเข้าชมสวนโดยประมาณ ผู้ใหญ่ 15 ยูโร เด็ก 7.5 ยูโร

พระราชวังโรเซนเบิร์ก Rosenborg palace

พระราชวังโรเซนเบิร์ก เป็นพระราชวังที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบดัตช์เรอเนสซองส์ สร้างในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่พระองค์ภาคภูมิใจ เพราะนอกจากความงามของตัวตึกภายในและภายนอกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยวัตถุที่ล้ำค่ามากมายแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ในบริเวณชั้นใต้ดิน ใช้เป็นที่เก็บเครื่องเพชร มหามงกุฎ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของราชวงศ์เดนมาร์กอีกด้วยค่า ซึ่งในอดีตพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์ใช้ในการพำนัก พักร้อนของเชื้อพระวงศ์ในสมัยนั้น ทั้งยังเคยถูกวางเพลิงจากกองทัพอังกฤษถึง 2 ครั้งเลยนะคะ คือในปี 1794 และปี 1801

เมื่อเดินออกไปด้านนอกกำแพงปราสาท จะได้พบและเพลิดเพลินกับพื้นหญ้าเขียวชอุ่มและทางเดินใต้ร่มเงา นั่นก็คือ สวนคิงส์การ์เด้น ที่อยู่รอบปราสาท เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้ชาวโคเปนเฮเกนได้พักผ่อน ปิคนิค และทำกิจกรรมต่างๆ กัน

สวนสนุกทิโวลี่ Tivoli Gardens

สวนสนุก Tivoli Gardens เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่มากที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก อายุ 173 ปีเอ้งงงง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 1843 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนชั้นเยี่ยมสำหรับครอบครัว โดยรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคนต่อปีค่ะ การเดินทางก็แสนจะง้ายง่ายยยค่ะ สามารถเดินหรือขี่จักรยานมาได้จากโรงแรมในตัวเมือง สถานีรถไฟเซ็นทรัลนั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ มีที่จอดรถให้บริการในถนนละแวกนั้นด้วยค่ะ

ในยามค่ำคืน ถ้าได้มาเดินเล่นรอบสวนขนาด 21 เอเคอร์ที่เชื่อมต่อกับสวนสนุก จะได้สัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น จากแสงของหลอดไฟ 100,000 ดวงที่ประดับไว้ตามทางเดินและต้นไม้ ช่างสวยงามตระการตาเป็นที่ซู้ดดด เป็นสวนที่ตกแต่งได้สวยงาม ร่มรื่น มีต้นไม้ดอกไม้มากมายหลายชนิด มีบ่อน้ำให้ชมปลาและนกเป็ดน้ำว่ายเล่น บรรยากาศดีซะจนอาจจะลืมไปเลยว่าอยู่ในใจกลางเมืองหลวงเลยแหละ

Grand Palace หรือ Grong Plas

จัตุรัสแกรนด์เพลส หรือ กรองด์ ปลาซ หนึ่งในจตุรัสที่สวยงามที่สุดในยุโรป เป็นกลุ่มอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาโร้ค โกธิค นีโอ-โกธิค และเป็นสถานที่ซึ่งยูเนสโก้ ยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983

ขณะ ที่คุณเดินเล่นไปตามจัตุรัสอันโอ่อ่า คุณจะรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลาไปในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง สิ่งก่อสร้างเด่นชิ้นหนึ่งในนั้นคือ St. Jacques-sur-Coudenberg โบสถ์ยุคศตวรรษที่ 18 และหอระฆังอันแสนงดงาม คุณสามารถเดินขึ้นบันไดไปจนสุดเพื่อชมวิวอันน่าประทับใจของกรุงบรัสเซลส์ หรือเข้าไปในโบสถ์เพื่อชื่นชมงานตกแต่งอันแสนวิจิตร

จตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกรุงบรัสเซลล์ ที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเยือน และทุก 2 ปีที่แห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลที่มีชื่อเสียง ไปทั่วโลกอย่างเช่น เทศกาลพรมดอกไม้ (Flower Carpet) ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

Atomium (อะโตเมียม)

สถาปัตยกรรมลูกเหล็กทรงกลมปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นแลนมาร์คของเกรุงบรัสเซลล์ โครงสร้างเป็นรูปทรงอะตอมขนาดยักษ์ถูกสร้างขึ้นเป็นหอแสดงนิทรรศการงาน Expo ในปีค.ศ. 1958 มีความสูงราว 108 เมตร ประกอบด้วยลูกบอลเหล็ก 9 ลูก ลูกบอลแต่ละลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตร ภายในมีทางเดินเป็นรางเลื่อนที่มีความทันสมัย มีจุดชมวิว ห้องอาหารและห้องแสดงงานศิลปะ อะโตเมียม เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายในเชิงคุณค่าของการก้าวกระโดด สู่ยุคเทคโนโลยีใหม่หลังสงครามโลกของประเทศเบลเยียม

ซิงเควลลิร์

ซิงเควลลิร์ (pingvellir) มาจากภาษาไอซ์แลนด์ ping แปลว่า สภา vellir แปลว่า ทุ่งหญ้า ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแผนที่ในประเทศไอซ์แลน อยู่ใกล้กับคามสมุทรเรกยาเนส(Reykjanes) และภูเขาไฟเฮนกิลล์(Hengill) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไอซ์แลนด์ อันเกิดจากกฏหมายตามคำสั่งพระราชกฤษฎีกา ในค.ศ.1928 โดยกฏหมายระบุโดยสรุปว่า “ให้รักษาสิ่งที่ชาวไอซ์แลนด์เคารพหวงแหนเพื่อชาวไอซ์แลนด์ ที่จะเป็นสมบัติชาติไอซ์แลนด์ที่จะขายหรือจำนองมิได้” ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี ค.ศ.1930 เพื่อระลึกถึงว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็น “ที่ตั้งของสภา” เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของไอซ์แลนด์ นอกจากนี้พื้นที่รอบ ๆ ทั้งในส่วนของทะเทสาป และธรรมชาติในบริเวณรอบ ๆ ก็ถูกขึ้นทะเบียนรวมอยู่ในอุทยานแห่งชาติด้วย

น้ำตกกุลล์ฟอสส์

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากในไอซ์แลนด์ ชื่อน้ำตก Gullfoss มาจากคำว่า Gull ในภาษาไอซ์แลนด์แปลว่าทอง Foss แปลว่า น้ำตก รวมกันหมายถึง น้ำตกทองคำ และได้สมญานามว่า ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์

น้ำตกกุลล์ฟอสส์เป็นน้ำตกที่มีความสวย งามอลังการ ด้านบนตัวน้ำตกมีพื้นที่กว่า 1 กม. และค่อยๆ หักทำมุมโค้งวนคล้ายบันไดเป็นขั้นๆ ถึง 3 ขั้นด้วยกัน และลาดเอียงลดหลั่นระดับไล่ลงไปเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกสูง 11 ม. ช่วงที่ 2 สูง 21 ม. และมีรอยแยกเป็นทางเดินของน้ำกว้างประมาณ 20 ม. ลึก 32 ม. ยาวประมาณ 2.5 กม. นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามอันแสนอลังการของสายน้ำตกกุลล์ฟอสส์จะ สัมผัสได้ถึงความเย็นสดชื่น และยามที่ละอองน้ำปะทะกับแสงแดดสะท้อนแสงปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำ ยิ่งเป็นภาพความสวยงามที่ตราตรึงใจมากๆ