ประเทศนอร์เวย์

1.โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล Oslo Opera House
ถ้าอยากเพิ่มความสุนทรีย์ล่ะก็ มาที่นี่เลยค่า โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล แลนด์มาร์คสำคัญ เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ เป็นที่ตั้งของคณะอุปรากรและบัลเล่ต์ระดับชาติ อาคารรูปทรงเลขาคณิตที่สร้างจากกระจกและหินอ่อนขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์น มีดีไซน์อันสะดุดตา ออกแบบให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และมีสะพานที่ลาดเอียงสีขาวโพลน

ภายในมีเวทีสามแห่ง และมีมากกว่า 1,000 ห้อง จัดแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ สามารถเข้าชมตอนฝึกซ้อมได้ด้วยนะคะ และยังมีศูนย์เพื่อการศึกษาของโอเปร่า ที่มีมีการนำเสนอเบื้องต้นเกี่ยวกับงานแต่ละส่วนที่จะเปิดม่านแสดง

การเดินทางก็สะดวกมากมาย สามารถขึ้นรถไฟ NSB ไปยังสถานีออสโลเซ็นทรัล เพื่อไปยังโอเปร่า เฮ้าส์ได้เลยค่า

2.สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ Vigeland Sculpture Park
Vigeland Sculpture Park ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน Frogner เป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้จัดแสดงงานประติมากรรมการแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และสำริดในหลากหลายอิริยาบถที่เสมือนจริงราวกับมีชีวิตเลยล่ะค่ะ สร้างสรรค์โดย Gustav Vigeland ศิลปินชื่อดังชาวนอร์เวย์

จุดที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ เสาโมโนลิท (Monolith) ที่มีความสูงประมาณ 17 เมตร เป็นรูปปั้นคนจำนวนมากมายปีนป่ายกันอยู่บนเสานี้ เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของชีวิต โดยใช้เวลาในการสร้างรวม 22 ปีเลยทีเดียว ส่วนบริเวณรอบๆ จะมีกลุ่มรูปปั้นที่ทำจากหินแกรนิต แสดงอารมณ์ต่างๆ ในหลากหลายท่าทาง แสดงความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแต่ละวัย

3.ท่าเรือเอเคอร์บรูค Aker Brygge
กว่าร้อยปีมาแล้ว Aker Brygge เคยเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ค่ะ ปัจจุบันถูกปลุกให้ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมีการปรับปรุงเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ทันสมัย มีบ้านเรือน และร้านค้ามากมาย เป็นแหล่งรวมผับบาร์ ร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ชิลๆ นอกจากนี้ยังมีทั้งผับ โรงหนัง โรงละครและห้างสรรพสินค้า ไม่เว้นแม้แต่ร้านเสริมสวยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมความบันเทิงยอดนิยมที่ครบครันจริงๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพลิดเพลินกับมื้อค่ำในบรรยากาศที่แสนรื่นรมย์ เดินเล่นไปชมนักดนตรีข้างถนนร้องเพลงไป ย่านนี้ของออสโลจึงไม่เคยเงียบเหงา และยังดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 12 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

ที่นี่เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบคอยอำนวยความสะดวก ทั้งรถไฟ รถราง รถโดยสารประจำทาง เรือ และยังมีที่ลานกว้างไว้เป็นที่สำหรับจอดรถด้วยค่า

4.พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง Viking Ship Museum
ในสมัยก่อน ชาวไวกิ้งใช้เรือในการรบ ทำการค้า และออกสำรวจหาดินแดนใหม่ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ จึงถือว่าเรือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขา และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ได้จัดแสดงเรือสามลำจากยุคที่ชาวไวกิ้งปล้นสะดม ขณะเดินทางข้ามยุโรปมาไว้ที่นี่ด้วยค่ะ

พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งนี้ เป็นที่เก็บมหาสมบัติทางโบราณคดีของบรรพบุรุษชาวนอร์เวย์ ที่ได้รวบรวมซากเรือต่างๆ ไว้ ทั้งยังมากไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าอันมากมายที่สำคัญ เรือที่เด่นสง่าที่สุดในพิพิธภัณฑ์ คือ เรืออุสแบนนิ มีขนาดยาว 22 เมตร ทำจากไม้โอ๊ค ต้องใช้ฝีพายถึง 30 คน สันนิษฐานกันว่า น่าจะสร้างขึ้นเพื่อให้กษัตริย์ไวกิ้งใช้ในการเดินทางระยะสั้นๆ และที่ไม่ค่อยมีคลื่นลมมากนัก โดยใช้เวลาถึง 20 ปี ในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ก่อนที่จะนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ชมกัน

5.Kjeragbolten
Kjeragbolten ก้อนหินคั่นกลางเขา ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา Kjerag ในโรกาแลนด์ ประเทศนอร์เวย์ มีความสูงกว่า 984 เมตร ใครที่ใจกล้า ชอบความตื่นเต้น ก็สามารถเดินขึ้นไปบนก้อนหินนั้นได้ หรือใครจะกระโดด ตีลังกาอะไรก็ตามสไตล์ แต่โปรดระวังตัวด้วย เพราะข้างล่างนั้นเหวลึกสุดๆ ไม่มีใครไปช่วยแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>