เมืองวิสบีย์ (Visby Medieval City)

เมืองเก่าแก่ในเกาะก็อธแลนด์นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะเมืองที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ประจำเกาะและสถาปัตยกรรมยุคกลางมากมายที่ยังคงหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็น แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คงเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก Ringmuren กำแพงหินรูปวงกลมแสนสวยของเมือง รวมไปถึงสวนพฤกษชาติขึ้นชื่อที่ทำให้เมืองวิสบีย์ได้ฉายาว่า “เมืองแห่งกุหลาบ”

ปราสาทคาลมาร์ (Kalmar Castle)

ปราสาทแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสวีเดนเลยทีเดียว เพราะก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และเป็นตัวแทนในการปกป้องคุ้มครองประเทศมาตลอด โดยปราสาทขนาดใหญ่นี้ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ข้าศึกและโจรสลัดเข้ามาโจมตีเมืองผ่านทางทะเลบอลติกได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปราสาทคาลมาร์กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ให้บรรดานักท่องเที่ยวชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองสวย ๆ กันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเมนูอาหารสไตล์ศตวรรษที่ 16 ให้บรรดานักชิมได้ลิ้มลองกันจนจุใจอีกด้วย

เวนิส (Venice)

เวนิสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของประเทศอิตาลี ซึ่งเวนิสมีความโดดเด่นเฉพาะตัวตรงที่ถุกสร้างบนจุดที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเล Adriatic

เวนิสนั้นอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี เวนิสนั้นประกอบด้วยเกาะเล็กๆ (จะเรียกว่าเกาะดีไหมนะ) 118 เกาะ ซึ่งมีสะพานรูปทรงสวยงามเชื่อมระหว่างเกาะให้ผู้คนสามารถเดินข้ามฝากไปมาได้ การเดินทางภายในตัวเมืองนั้น ใช้เรือแจวไปตามคานาล (แม่น้ำที่ไหลผ่านตามเกาะต่างๆ) โดยมี Grand Canal ซึ่งเป็นคานาลใหญ่สุดผ่ากลางเมือง ทำให้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยเมืองนี้ส่วนตัวชอบเป็นพิเศษ ด้วยวิวสวยของคานาลและสถาปัตแบบดั้งเดิมของเวนิส จึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก

จีนัว (Genoa)

บ่อยครั้งที่เมืองเจนัว (Genoa) ถูกบดบังรัศมีจากเมืองอื่นที่มีชื่อเสียงมากกว่าอย่างกรุงโรม หรือเวนิส แต่ยังไงก็ตาม เจนัว ก็เป็นที่เป็นดังไข่มุกของประเทศอิตาลี เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสุดคลาสสิคของอิตาลี ที่ประดับประดาไปด้วยตึกราบ้านช่องตกแต่งด้วยสีสไตล์พาสเทล เต็มไปด้วยโบสถ์เก่าแก่ดูมีมนต์ขลัง สวนเล็กๆที่ถูกจัดอย่างสวยงาม และบางมุมยังซ่อนซากอารยธรรมเก่าแก่ยุคโรมันอีกด้วย เมืองแห่งนี้เป็นดั่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ซึ่งแต่ละมุมถนนจะสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมจากยุคอดีตมาสู่ปัจจุบัน

Vienna State Opera

Vienna State Operaเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็นย่านใจกลางเมืองออสเตรีย แทบจะเรียกได้ว่าเป็นโรงละครที่ครองใจผู้คนได้ทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว มีการแสดงหลากหลายประเภท เช่น การแสดงดนตรีชั้นนำระดับโลกประเภทวงออเคสตร้า (วงดนตรีบรรเลงขนาดใหญ่) การแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งผู้ชมสามารถเลือกชมในแบบคลาสสิคหรือสมัยใหม่ได้

Melk Abbey (วิหารเมล์ค)

วิหารเมล์คนับเป็นหนึ่งในบรรดาอารามหลวงที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เป็นวิหารคริสต์นิกายเบเนดิกต์ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินผา เบื้องล่างมี สายน้ำไหลเอื่อยของแม่น้ำดานูบทอดตัวเป็นแนวยาว ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของกษัตรย์เลโอโปลด์ที่2จากนั้น ทรงพระราชทานปราสาทแห่งนี้ให้แก่นักบวชนิกายเบเนดิกต์เพื่อใช้ ประกอบพิธีทางศาสนาและเป็นสถานศึกษาตั้งแต่ปี 1089 เป็นต้นมา สถานที่ที่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณที่น่าประทับใจแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมแบบบาโรค จิตรกรรมฝาผนังอันเลอค่า รวมถึงต้นฉบับบทประพันธ์ดนตรีคลาสสิคในยุคเฟื่องฟู และแหล่งมรดกทางภาษาและวรรณคดีในเวลาต่อมา